Show Posts

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - guupost

Pages: [1] 2 3 ... 151
1
ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ กรุงเทพ บ้านที่อบอุ่นและปลอดภัยสำหรับคนที่คุณรัก

เมื่อคนที่ท่านรักเริ่มมีอายุมากขึ้น ความต้องการการดูแลและการสนับสนุนก็เพิ่มขึ้น ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุสามารถเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับผู้สูงอายุที่ต้องการสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและมีการดูแลเป็นอย่างดี
บริการที่ครอบคลุมสำหรับความต้องการที่หลากหลาย

ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุที่ทันสมัยให้บริการที่หลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของผู้สูงอายุ บริการเหล่านี้อาจรวมทั้ง:
• การดูแลทางการแพทย์: พยาบาลและแพทย์ที่มีประสบการณ์คอยดูแลผู้สูงอายุตลอด 24 ช.ม.ทุกวัน
• การดูแลส่วนบุคคล: ช่วยเหลือในกิจวัตรประจำวัน อย่างเช่น การอาบน้ำ การแต่งตัว และการรับประทานอาหาร
• กิจกรรมทางสังคมและการพักผ่อนหย่อนใจ: กิจกรรมที่ออกแบบมาเพื่อกระตุ้นจิตใจและร่างกาย ได้แก่ งานฝีมือ เกม และการออกกำลังกาย
• อาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ: มื้ออาหารที่ปรุงอย่างดีและมีคุณค่าทางโภชนาการซึ่งคำนึงถึงความต้องการด้านอาหารของผู้สูงอายุ
• สภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและสะดวกสบาย: สถานที่ที่ออกแบบมาเพื่อความปลอดภัยและความสะดวกสบายของผู้สูงอายุทุกท่าน พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็น เช่น ห้องน้ำที่เข้าถึงได้

ประโยชน์ของศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ กรุงเทพ
การเลือกศูนย์ดูแลผู้สูงอายุสำหรับคนที่คุณรักมีประโยชน์มากมาย ได้แก่:
• ความอุ่นใจ: คุณสามารถแน่ใจได้ว่าคนที่คุณรักได้รับการดูแลอย่างดีและปลอดภัยในสภาพแวดล้อมที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการเฉพาะของพวกเขา
• การดูแลแบบมืออาชีพ: พนักงานที่มีคุณสมบัติเหมาะสมและมีประสบการณ์จะให้การดูแลที่เป็นมืออาชีพและมีคุณภาพสูง
• การมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคม: ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุให้โอกาสผู้สูงอายุในการมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคมกับผู้คนในวัยเดียวกัน
• การกระตุ้นทางจิตใจและร่างกาย: กิจกรรมและโปรแกรมที่ดีไซน์มาเพื่อกระตุ้นผู้สูงอายุทั้งทางจิตใจและร่างกาย
• การบรรเทาภาระของครอบครัว: ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุสามารถช่วยแบ่งเบาภาระของครอบครัวในการดูแลผู้สูงอายุที่คุณรัก

การเลือกศูนย์ดูแลผู้สูงอายุที่เหมาะสม
เมื่อเลือกศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ข้อสำคัญคือต้องพิจารณาปัจจัยหลายประการ เช่น:
• บริการที่ให้: ตรวจสอบให้แน่ใจว่าศูนย์ให้บริการที่ตรงกับความต้องการของคนที่คุณรัก
• คุณสมบัติของพนักงาน: ถามเกี่ยวกับคุณสมบัติและประสบการณ์ของพนักงาน
• สภาพแวดล้อมทางกายภาพ: เยี่ยมชมศูนย์เพื่อประเมินสภาพแวดล้อมทางกายภาพและความสะดวกสบาย
• ค่าใช้จ่าย: พิจารณาค่าใช้จ่ายของศูนย์และเปรียบเทียบกับงบประมาณของคุณ
• คำวิจารณ์: อ่านคำวิจารณ์จากครอบครัวอื่นๆ ที่ใช้บริการศูนย์

การเลือกศูนย์ดูแลผู้สูงอายุที่เหมาะสมสามารถทำให้คนที่คุณ ๆรักมีชีวิตที่มีคุณภาพและมีสุขภาพดีในช่วงปีทองของพวกเขาได้
ศึกษารายละเอียดต่าง ๆเพิ่มเติมได้ที่
เว็บไซต์ : https://www.thaielder.com/nursinghome/province/10/bangkok
Facebook : https://www.facebook.com/profile.php?id=61556118675422
อีเมล : contact@thaielder.com
Tel : 0818087558






2


ที่นอนเด็กเพื่อสุขภาพนั้นมีหลากหลายแบบ แต่ถ้าจะให้ใช้งานอย่างตอบโจทย์ แนะนำว่าให้เลือกเหมาะสมกับอายุของแต่ละช่วงวัย ซึ่งแต่ละช่วงวัยก็จะมีลักษณะการใช้งานที่แตกต่างกันนั่นเอง แต่อายุเท่าไหร่ควรใช้งานอย่างไร เราไปติดตามรายละเอียดพร้อม ๆ กันได้เลย รับรองว่าการนอนหลับของลูกน้อยต่อจากนี้จะเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
ลักษณะที่นอนเด็กเพื่อสุขภาพที่เหมาะสมกับช่วงวัย
1. ลักษณะที่เหมาะสมสำหรับเด็กทารก อายุแรกเกิด – 1 ปี
อายุแรกเกิด – 1 ปี แนะนำว่าให้ใช้ที่นอนเด็กทารกที่มีคุณสมบัติที่สามารถถ่ายเทอากาศได้อย่างดี ระบายความร้อนสะดวกสบาย หรือนอนหายใจผ่านไปได้ง่าย ๆ ไม่นิ่งมากจนเกินไป เหตุเพราะหากเจ้าตัวน้อยมีขนาดตัวที่เล็กกว่าแล้วคว่ำออกมาก็อาจจะหน้าจมที่นอนแล้วขาดอากาศหายใจ รุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ ทั้งตัวที่นอนควรต้องเช็ดล้างทำความสะอาด และต้องทำได้ง่ายดายด้วย ไม่มีไรฝุ่นสะสม ทำให้ผิวเจ้าตัวน้อยเกิดการระคายเคือง พร้อมลดอัตราการเกิดของโรคภูมิแพ้ได้ดี ทั้งตัวที่นอนต้องรองรับสรีระเด็กได้ดีไปอีก
2. ลักษณะที่เหมาะสำหรับเด็ก อายุ 1 – 3 ปี
ในส่วนของเด็กที่มีอายุ 1 – 3 ปีจะเป็นช่วงของการใช้สมอง และร่างกายที่มีการพัฒนารวดเร็ว การเลือกใช้ที่นอนก็จะต่างจากเบาะนอนทารกจึงต้องเอาใจใส่เลือกสรรเป็นพิเศษ โดยคุณสมบัติที่เหมาะสมจึงควรต้องมีขนาดที่เหมาะกับสรีระร่างกาย ไม่เล็ก ไม่ใหญ่จนเกินไป เพื่อลดแรงกดทับกล้ามเนื้อขณะที่กำลังนอนหลับ ตัวที่นอนสามารถถ่ายเทอากาศได้อย่างดี ไม่เกิดอาการอับชื้น หรือร้อน เพื่อช่วยให้เกิดการนอนหลับที่สนิทมากขึ้น ที่นอนก็ต้องถ่ายเทอากาศได้ดี เพื่อช่วยเจ้าเด็กไม่ร้อน ผิวหนังไม่เกิดการระคายเคือง รวมทั้งที่นอนควรต้องเช็ดทำความสะอาดง่ายด้วย เพื่อไม่เป็นแหล่งสะสมสิ่งสกปรก หรือไรฝุ่น
3. ที่นอนเพื่อสุขภาพสำหรับเด็กโต อายุ 3+ ปี
สุดท้ายก็จะเป็นที่นอนเพื่อสุขภาพที่เหมาะกับเด็กอายุในวัย 3 ปีขึ้นไปจะไม่ซีเรียสเท่ากับเด็กแรกเกิด – 3 ปี เพราะเด็กโตสามารถช่วยเหลือตัวเองได้มากขึ้นแล้ว ทางที่ดีผู้ปกครองต้องเลือกซื้อให้เหมาะสมกับน้ำหนักและร่างกายของเด็ก เพื่อให้การนอนหลับเต็มประสิทธิภาพ แนะนำให้เลือกเตียงขนาด 3.5 ฟุต ที่จะเหมาะมากที่สุด และควรเลือกซื้อที่นอนที่ทำความสะอาดง่าย อย่างที่นอนยางพารา เป็นต้น แต่ราคาอาจจะสูงกว่าที่นอนทั่วไปซึ่งต้องพิจารณาเลือกสิ่งที่เหมาะสมที่สุด

และทั้งหมดนี้ก็เป็นลักษณะที่นอนเด็กเพื่อสุขภาพที่เหมาะกับช่วงวัย ซึ่งท่านสามารถเลือกซื้อได้เลยตามต้องการ ปัจจุบันมีหลากหลายแบรนด์ให้เลือกสรร ยังไงก็ลองพิจารณาจากคุณสมบัติ ขนาด ฟังก์ชันการใช้งานดูก่อน รวมทั้งต้องตอบโจทย์การเงินตัวเองด้วย เพื่อผลลัพธ์ที่ไม่ผิดหวัง

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
Official Website : https://www.homepro.co.th/c/MOM0401

3


อย่ารอช้าที่จะเริ่มใช้งานไปกับคาร์ซีทสำหรับลูกที่มีหลากหลายยี่ห้อ หลายแบบ โดยที่ท่านสามารถเลือกซื้อได้เลยตามต้องการ กระนั้นบางท่านอาจจะเป็นมือใหม่ ไม่เคยทราบมาก่อนว่าเจ้าสิ่งนี้มีรูปแบบไหนบ้าง แล้วจะเลือกซื้อยังไงให้เกิดความปลอดภัยมากที่สุด เราไม่รอช้าขออาสาพาไปศึกษาอย่างเจาะลึก ตามมาทางนี้เลย..
คาร์ซีทมีกี่รูปแบบ ลักษณะเป็นอย่างไรบ้าง?
1. รูปแบบ Infant car
เป็นคาร์ซีทแรกเกิดที่จะดีไซน์มาเพื่อให้ทารกได้ใช้ จนมีน้ำหนักที่ 10 กิโลกรัม หรือมีความสูง 85 เซนติเมตร หรือถ้าเทียบเท่าอายุก็จะประมาณ 1 ปีเท่านั้น โดยที่จะต้องวางให้หันไปทางด้านหลัง หรือ Rear facing เท่านั้น โดยรูปแบบนี้มักจะมีฐานให้ยึดที่เบาะรถยนต์ได้เลย บางรุ่นถอดออกได้ และหิ้วตัวอุปกรณ์ออกมาจากฐานได้ด้วยเช่นกัน
2. รูปแบบ Booster Seat
ที่จะเป็นแบบเพิ่มความสูงให้กับเด็กเวลานั่ง โดยที่จะให้สายเข็มขัด Safety พาดผ่านสะโพกแทนท้อง และพาดที่หัวไหล่เด็กแทนคอ โดยที่จะสามารถใช้น้ำหนักได้ตั้งแต่ 18 - 36 กิโลกรัม โดยที่มีความสูง 100 - 150 เซนติเมตร หรือถ้าเทียบเท่าอายุก็จะประมาณ 4 - 12 ปี ที่อาจจะมีทั้งเบาะหลัง หรือมาแค่ที่นั่งได้หมด
3. รูปแบบ Convertible car seats
จะเป็นรูปแบบการใช้งานที่สามารถใช้ได้ตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 18 กก. สามารถใช้ได้ตั้งแต่การวางหันออก forward-facing หรือหันหลัง ที่ใช้ได้ตั้งแต่เด็กเล็ก ๆ ไปจนถึงเด็กที่มีอายุประมาณ 9 ขวบได้เลย มีขนาดที่นั่งค่อนข้างใหญ่ มีฐานยึดติดถอดออกได้เหมือนชนิดแรก
แนวทางการเลือกให้ปลอดภัยสำหรับลูกน้อยระหว่างเดินทาง
จะอย่างไรก็ตาม ในการใช้งานไม่ว่าจะคาร์ซีท ยี่ห้อไหนดี ควรคิดถึงความปลอดภัยเสมอ แนะนำว่าให้ดูจุดยึดทั้ง 5 ตำแหน่งด้วย คือ ยึดไหล่ 2 สะโพก 2 รวมทั้งระหว่างขา โดยต้องเลือกใช้งานสามารถติดตั้งได้ 2 แบบ คือ Rear - Facing คือหันไปด้านหลังเหมาะกับเด็ก 2 ขวบ และ Forward - Facing ที่จะหันออกด้านหน้าแบบผู้ใหญ่   ซึ่งแบบ Rear - Facing จะใช้ได้นานในกรณีที่มีลูกเล็ก ๆ เหมาะมากกับการซื้อแบบนี้เนื่องด้วยยังดูแลตัวเองไม่ได้ ทั้งต้องมีการป้องกันที่ด้านข้าง เพื่อลดแรงกระแทกจากอุบัติเหตุ ต้องเลือกให้เหมาะกับขนาดของเด็กด้วย รวมทั้งยังต้องคิดถึงการใช้งานที่ผ่านรับรองความปลอดภัย และต้องเลือกใช้ให้เหมาะสมกับขนาดของรถที่ใช้งาน เพื่อการยึดติดตัวรถที่มั่นคง

ในการใช้งานคาร์ซีทปัจจุบันควรต้องให้ความสำคัญอย่างที่สุด เนื่องจากมีส่วนช่วยลดการสูญเสียที่มีต่อลูกน้อย เนื่องด้วยอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้เสมอ ซึ่งก็มีหลากหลายยี่ห้อ หลากหลายรุ่นมาก ก็อยากให้พิจารณาเลือกที่เหมาะทั้งคุณภาพ และเงินในกระเป๋า

สั่งซื้อสินค้าได้ที่
Official Website : https://www.homepro.co.th/c/MOM0101

4


ที่นอนเด็กเพื่อสุขภาพนั้นมีหลากหลายแบบ แต่ถ้าจะให้ใช้งานอย่างตอบโจทย์ แนะนำว่าให้เลือกเหมาะสมกับอายุของแต่ละช่วงวัย ซึ่งแต่ละช่วงวัยก็จะมีลักษณะการใช้งานที่แตกต่างกันนั่นเอง แต่อายุเท่าไหร่ควรใช้งานอย่างไร เราไปติดตามรายละเอียดพร้อม ๆ กันได้เลย รับรองว่าการนอนหลับของลูกน้อยต่อจากนี้จะเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
ลักษณะที่นอนเด็กเพื่อสุขภาพที่เหมาะสมกับช่วงวัย
1. ลักษณะที่เหมาะสมสำหรับเด็กทารก อายุแรกเกิด – 1 ปี
อายุแรกเกิด – 1 ปี แนะนำว่าให้ใช้ที่นอนเด็กทารกที่มีคุณสมบัติที่สามารถถ่ายเทอากาศได้อย่างดี ระบายความร้อนสะดวกสบาย หรือนอนหายใจผ่านไปได้ง่าย ๆ ไม่นิ่งมากจนเกินไป เหตุเพราะหากเจ้าตัวน้อยมีขนาดตัวที่เล็กกว่าแล้วคว่ำออกมาก็อาจจะหน้าจมที่นอนแล้วขาดอากาศหายใจ รุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ ทั้งตัวที่นอนควรต้องเช็ดล้างทำความสะอาด และต้องทำได้ง่ายดายด้วย ไม่มีไรฝุ่นสะสม ทำให้ผิวเจ้าตัวน้อยเกิดการระคายเคือง พร้อมลดอัตราการเกิดของโรคภูมิแพ้ได้ดี ทั้งตัวที่นอนต้องรองรับสรีระเด็กได้ดีไปอีก
2. ลักษณะที่เหมาะสำหรับเด็ก อายุ 1 – 3 ปี
ในส่วนของเด็กที่มีอายุ 1 – 3 ปีจะเป็นช่วงของการใช้สมอง และร่างกายที่มีการพัฒนารวดเร็ว การเลือกใช้ที่นอนก็จะต่างจากเบาะนอนทารกจึงต้องเอาใจใส่เลือกสรรเป็นพิเศษ โดยคุณสมบัติที่เหมาะสมจึงควรต้องมีขนาดที่เหมาะกับสรีระร่างกาย ไม่เล็ก ไม่ใหญ่จนเกินไป เพื่อลดแรงกดทับกล้ามเนื้อขณะที่กำลังนอนหลับ ตัวที่นอนสามารถถ่ายเทอากาศได้อย่างดี ไม่เกิดอาการอับชื้น หรือร้อน เพื่อช่วยให้เกิดการนอนหลับที่สนิทมากขึ้น ที่นอนก็ต้องถ่ายเทอากาศได้ดี เพื่อช่วยเจ้าเด็กไม่ร้อน ผิวหนังไม่เกิดการระคายเคือง รวมทั้งที่นอนควรต้องเช็ดทำความสะอาดง่ายด้วย เพื่อไม่เป็นแหล่งสะสมสิ่งสกปรก หรือไรฝุ่น
3. ที่นอนเพื่อสุขภาพสำหรับเด็กโต อายุ 3+ ปี
สุดท้ายก็จะเป็นที่นอนเพื่อสุขภาพที่เหมาะกับเด็กอายุในวัย 3 ปีขึ้นไปจะไม่ซีเรียสเท่ากับเด็กแรกเกิด – 3 ปี เพราะเด็กโตสามารถช่วยเหลือตัวเองได้มากขึ้นแล้ว ทางที่ดีผู้ปกครองต้องเลือกซื้อให้เหมาะสมกับน้ำหนักและร่างกายของเด็ก เพื่อให้การนอนหลับเต็มประสิทธิภาพ แนะนำให้เลือกเตียงขนาด 3.5 ฟุต ที่จะเหมาะมากที่สุด และควรเลือกซื้อที่นอนที่ทำความสะอาดง่าย อย่างที่นอนยางพารา เป็นต้น แต่ราคาอาจจะสูงกว่าที่นอนทั่วไปซึ่งต้องพิจารณาเลือกสิ่งที่เหมาะสมที่สุด

และทั้งหมดนี้ก็เป็นลักษณะที่นอนเด็กเพื่อสุขภาพที่เหมาะกับช่วงวัย ซึ่งท่านสามารถเลือกซื้อได้เลยตามต้องการ ปัจจุบันมีหลากหลายแบรนด์ให้เลือกสรร ยังไงก็ลองพิจารณาจากคุณสมบัติ ขนาด ฟังก์ชันการใช้งานดูก่อน รวมทั้งต้องตอบโจทย์การเงินตัวเองด้วย เพื่อผลลัพธ์ที่ไม่ผิดหวัง

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
Official Website : https://www.homepro.co.th/c/MOM0401

5


ต้องยอมรับว่า “เบาะรองคลาน” เป็นอีกตัวช่วยที่ไม่ควรมองข้ามโดยเฉพาะแม่ ๆ ที่มีลูกน้อย ซึ่งสามารถใช้ได้ตั้งแต่แรกเกิดเลยด้วยซ้ำ ด้วยเหตุว่ามีส่วนช่วยในหลายเรื่องที่จะทำให้เราวางใจเมื่อลูกต้องอยู่กับพื้นได้อย่างดี ทั้งในด้านความปลอดภัย ความสะอาด การเสริมสร้างพัฒนาการ หรือแม้แต่ระเบียบวินัย แต่ทว่าอาจจะมีคุณแม่ หลายท่านที่ยังลังเลเลือกซื้อเลือกหาไปใช้งาน เราไม่พลาดที่จะมาบอกต่อถึงเรื่องราวน่ารู้เกี่ยวกับอุปกรณ์นี้ เป็นเรื่องที่แม่ ๆ ต้องทำความเข้าใจ
พื้นที่ภายในบ้านจำเป็นต้องมีเบาะรองคลาน
บ้านไหนที่มีลูกน้อยอยู่ไม่ควรพลาดกับการเลือกซื้อเลือกหาแผ่นรองคลานกันเลยจริง ๆ ทั้งนี้เพราะมีส่วนที่จะช่วยจัดสัดส่วนให้เห็นเด่นชัด ทั้งยังมีส่วนช่วยในเรื่องของการเกิดอุบัติเหตุต่าง ๆ ได้อย่างดี อย่างเช่น ห้องนอน ห้องนั่งเล่น ที่บ้านอาจจะต้องจัดห้องให้เป็นรูปแบบ Play room ที่มีการปูแผ่นไว้ในมุมต่าง ๆ อย่าง มุมอ่านหนังสือ มุมเล่านิทาน มุมเล่น หรือมุมบ่อบอล เพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุด และยังสร้างรอยยิ้มให้เจ้าตัวน้อย เป็นการเสริมสร้างพัฒนาการต่าง ๆ ได้ดีตั้งแต่ลืมตาดูโลก เพราะว่าบางเบาะรองก็มีรูปภาพ สีสันสดใส น่ารัก หรือเป็นตัวอักษรภาษาอังกฤษ พยัญชนะไทย เป็นต้น
เทคนิคการเลือกซื้อเลือกหาเบาะใช้รองคลานสำหรับลูกน้อย
หลังจากที่รู้ถึงความจำเป็นในการมีเบาะเด็กไว้ใช้งานภายในบ้าน ในมุมต่าง ๆ แล้ว ก็ต้องมารู้ถึงการเลือกซื้อที่เหมาะด้วย โดยพิจารณาถึงปัจจัยต่าง ๆ เพื่อให้การใช้งานมีประสิทธิภาพ พร้อมดูแลลูกน้อยของเราได้อย่างดีที่สุด
- ควรเลือกซื้อแผ่นรองสำหรับเด็กที่มีความหนามากพอในการรับแรงกระแทก แล้วยังซับพอร์ตอวัยวะต่าง ๆ ของเจ้าตัวน้อยได้อย่างดี
- ควรเลือกซื้อจากคุณสมบัติที่มีความสามารถในการกันน้ำ เพื่อให้การทำความสะอาดดีมากยิ่งขึ้น ลดการเกิดเชื้อรา
- ในการซื้อรูปแบบจิ๊กซอว์ปูพื้น ควรเลือกซื้อที่มีแผ่นขนาดใหญ่ มีรอยต่อน้อยที่สุด เพื่อลดการเกาะของฝุ่นที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้สูง
- เลือกซื้อเลือกหาแผ่นที่มีการป้องกันสารปนเปื้อนต่าง ๆ อย่าง BPA FREE ที่อาจเป็นอันตรายต่อลูกน้อยได้ ทั้งนี้เพราะเด็ก ๆ มีโอกาสที่จะนำมือไปสัมผัสแผ่นปูแล้วเอาไปเข้าปากต่อ หรือเอามือไปหยิบจับของกินเข้าปากนั่นเอง

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเบาะรองคลานนั้นมีความน่าสนใจ และควรค่าต่อการนำไปใช้งานอย่างที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของการป้องกันอุบัติเหตุที่จะไม่ทำให้ต้องเป็นปัญหาต่อเจ้าตัวน้อย เพราะว่าอุบัติเหตุมีโอกาสเกิดขึ้นได้เป็นประจำ การป้องกันไว้ก็ย่อมดีมากกว่า ซึ่งปัจจุบันมีหลากหลายยี่ห้อให้เลือก แนะนำว่าพิจารณาจากคุณสมบัติ ฟังก์ชัน รวมถึงราคา เลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้เจ้าตัวน้อยกันดีกว่า

ชมสินค้าเพิ่มเติมได้ที่
Website : https://www.homepro.co.th/c/MOM0103

6


คุณคิดว่ากล้องวงจรปิดมีรูปลักษณ์แบบไหนได้บ้าง? แน่นอนว่าคงนึกไม่ถึงแน่ ๆ กับทรงหลอดไฟ EAGLE EYE 1.3 ล้านพิกเซล ที่มีการเชื่อมต่อ Wi – Fi ที่ช่วยให้เกิดความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น โดยที่ท่านสามารถเลือกซื้อมาใช้งานได้ด้วยคุณสมบัติตอบโจทย์แน่นอน แต่หากใครยังลังเล ต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมเราไม่รอช้าที่จะนำข้อมูลที่เป็นประโยชน์มาบอกต่อ
กล้องวงจรปิด ทรงหลอดไฟ EAGLE EYE 1.3 ล้านพิกเซล
กล้องวงจรปิดไร้สายทรงหลอดไฟ EAGLE EYE 1.3 ล้านพิกเซล ที่ให้ความคมชัดมาก ๆ ระดับ HD ที่มีมุมมองภาพกว้าง 360 องศา เทียบเท่ากับว่าท่านได้ติดกล้อง 4 – 6 ตัว รองรับเมมโมรี่การ์ดได้สูงสุด 32 GB สามารถบันทึกได้นานต่อเนื่อง 15 วัน สื่อสารได้เลยสองทิศทางพูดคุยผ่านกล้องกับตัวสมาร์ตโฟน ที่มีระบบแจ้งเตือนความเคลื่อนไหวอย่างดี ใช้ขั้ว E27 ติดตั้งซึ่งเป็นมาตรฐานหลอดไฟบ้าน ที่สามารถนำไปใช้แทนได้เลย มี Wi – Fi 2.4 G ขึ้นไป รับชมผ่านออนไลน์ที่โทรศัพท์มือถือ แท็ปเล็ต โน้ตบุ๊ก หรือคอมพิวเตอร์ได้ทั้งสิ้น รองรับทั้ง IOS – Android
- มีความคมชัดระดับ HD 1.3 ล้านพิกเซล มุมมองภาพกว้าง 360 องศา เทียบการติดกล้อง 4 – 6 ตัว
- มีระบบตรวจจับความเคลื่อนไหวได้ ชมผ่านออนไลน์ทั้ง iOS – Android
- มีการเชื่อมต่อสัญญาณ Wi – Fi 2.4G ขึ้นไป ที่ใช้งานได้ทุกระบบไม่มีปิดกั้น
- มีไฟโครโฟน ระบบเสียงสองทิศทาง พูดคุยได้ผ่านตัวกล้องและสมาร์ตโฟนตามต้องการ
- บันทึกได้ยาวนานต่อเนื่อง 15 วัน รองรับเมมโมรี่การ์ดสูงสุด 32 GB
- มีขั้ว E27 ที่ได้ตามมาตรฐานหลอดไฟบ้าน สามารถนำไปใช้แทนได้เลย

การใช้งาน คำแนะนำ และข้อควรระวังที่มี
วิธีการใช้งานกล้อง CCTV นั้นจะเป็นรูปแบบกล้องวงจรปิดที่ตรวจจับเคลื่อนไหวภายในบริเวณที่ต้องการ โดยที่เชื่อมต่ออุปกรณ์กับ WI – Fi ที่โหลดแอปพลิเคชันเชื่อมต่อผ่านสมาร์ทโฟนได้เลย แนะนำว่าให้ศึกษาคู่มืออย่างละเอียดก่อนการติดตั้งพร้อมใช้งาน และควรติดตั้งที่ที่ไม่กีดขวาง หรือบดบังทัศนวิสัยของกล้อง ทั้งนี้ ข้อควรระวังคือห้ามมีการแก้ไขสินค้า ดัดแปลง หรือใช้งานผิดประเภท จัดเก็บในพื้นที่แห้ง พ้นมือเด็ก ไม่ควรใช้สารเคมีที่มีฤทธิ์เป็นด่าง กรด ที่มาทำความสะอาด รวมไปถึงห้ามจัดเก็บใกล้เปลวไฟ หรือความร้อนเด็ดขาด โดยกล้องที่ว่านี้มีราคาขายอยู่ที่เครื่องละ 1,090 บาท แต่หากสั่งซื้อผ่านออนไลน์ ลด 27% เหลือแค่เพียง 790 บาท

เมื่อรู้แบบนี้เชื่อว่าหลายคนจะสามารถตัดสินใจเลือกซื้อกล้องวงจรปิดมาใช้งานได้อย่างตอบโจทย์ ซึ่งแบรนด์นี้รุ่นนี้ได้ค่อนข้างน่าสนใจตั้งแต่เอกลักษณ์ที่สามารถอำพรางไม่ให้ใครทราบได้ และยังเชื่อมต่อ WI – Fi ที่ทันสมัย พูดคุยได้สองทิศทางในราคาย่อมเยาไปอีก ท่านไหนที่กำลังมองหาผลิตภัณฑ์ตัวช่วยนี้ก็อย่าลืมลองเลือกยี่ห้อนี้ รุ่นนี้ใช้งานกัน

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
Official Website : https://www.homepro.co.th/c/TOO020302

7


สำหรับใครที่มีลูกเล็กเด็กแดง แล้วยังต้องใช้งานขวดนมอยู่ สิ่งที่ไม่อาจละเลยไปได้ก็คือเรื่องของวิธีล้าง และฆ่าเชื้อที่เหมาะสม ถูกต้อง ทำให้การใช้งานได้ประสิทธิภาพสูง และยังปลอดภัยต่อสุขภาพของเจ้าตัวน้อยไปอีก ทว่าจะมีการล้าง และฆ่าเชื้ออย่างไรบ้างนั้น รีบตามเราไปศึกษาพร้อมกันเลย รับรองว่าการล้างและฆ่าเชื้อจะผ่านไปราบรื่น
การล้างทำความสะอาดขวดนม ที่คุณแม่ ต้องเรียนรู้
สำหรับการล้างขวดให้ลูกน้อยจริง ๆ ก็ไม่ได้ลำบากลำบน แต่สำหรับแม่ ๆ หรือผู้ปกครองบางคนก็อาจจะกำลังล้างแบบผิดวิธีอยู่ด้วย กระนั้นจะต้องล้างอย่างไร?
- วิธีการล้างขั้นแรกก็ต้องถอดชิ้นส่วนต่าง ๆ ของขวดออก โดยที่จะมีทั้งฝาขวด จุกนมแบบยาง และตัวขวด
- ใส่ชิ้นส่วนต่าง ๆ ที่ถอดออกทั้งหมดลงในภาชนะที่มีขนาดพอดี แล้วเติมน้ำร้อนเพื่อชำระคราบนมในชิ้นส่วนต่าง ๆ ออกให้หมดจด แล้วก็ค่อย ๆ เทน้ำออกมา
- ผสมผลิตภัณฑ์ล้างกับน้ำอุ่น แล้วใช้ฟองน้ำล้างชิ้นส่วนต่าง ๆ ให้สะอาดเริ่มจากล้างด้านในขวด จากนั้นก็ล้างด้านนอก
- ขณะที่ล้างขวดไม่ต้องใช้ฟองน้ำขัดขวดนมแรง ๆ ก็เพราะว่ามีโอกาสที่จะทำให้เกิดรอยได้ง่าย อายุการใช้งานก็จะสั้นลงด้วย
- ล้างขวดด้วยน้ำสะอาด 2 รอบ แล้วใช้นิ้วมือถูขวดเบา ๆ ดูว่ามีคราบนมหรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาตกค้าง หลงเหลืออีกไหม ดมกลิ่นขวดดูด้วยว่ายังมีกลิ่นนมหรือเปล่า หรือมีกลิ่นนมตกค้างไหม เพราะขวดที่สะอาดจะต้องไม่มีกลิ่นอะไรเลย
- ล้างเสร็จก็คว่ำผึ่งกับตะแกรง หรือภาชนะ โดยต้องผึ่งให้แห้งกับลมดีที่สุด เนื่องมาจากแสงแดดมีโอกาสที่จะทำให้จุกนม และพลาสติกเสื่อมสภาพไวจากนั้นก็ยกเข้ามาเก็บให้เรียบร้อยเพื่อรอใช้งานต่อไป

วิธีการฆ่าเชื้อขวดที่เหมาะสม ปรับใช้ได้ตามต้องการ
ในการฆ่าเชื้อชิ้นส่วนต่าง ๆ อย่าง ขวดนม พีเจ้น หรืออื่น ๆ แนะนำว่าใส่ในหม้อต้ม 20 – 30 นาที หลังจากนั้นก็นำชิ้นส่วนขวดนมขึ้นมาวาง แล้วผึ่งลมให้แห้งก่อนนำไปใช้งาน หรือจะฆ่าเชื้อด้วยหม้อนึ่งไฟฟ้าก็ได้เช่นกัน โดยใส่ชิ้นส่วนแต่ละชิ้นในหม้อนึ่งเติมน้ำลงไป แล้วเสียบปลั๊ก ส่วนระยะเวลาการนึ่งก็จะต่างกับแต่ละยี่ห้อ ซึ่งต้องรู้จักอ่านวิธีใช้งาน และคู่มือก่อนเสมอ สุดท้ายคือการฆ่าเชื้อด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ ที่แค่เติมน้ำลงภาชนะแล้วเติมน้ำยาฆ่าเชื้อลงไป ผสมให้เข้ากัน แล้วเอาชิ้นส่วนต่าง ๆ ลงไปแช่ทิ้งไว้ 30 นาที หรือตามคำแนะนำเป็นอันจบ

การล้างขวดนมเป็นเรื่องง่าย ๆ ทั้งวิธีล้างต่าง ๆ รวมทั้งการฆ่าเชื้อที่แค่ต้องรู้จักเอาใจใส่ และใช้ความละเอียดอ่อนไม่มากก็น้อย ทั้งนี้ อยากแนะนำให้เลือกขวดที่ได้พลาสติกปลอดสาร BPA ซึ่งจะไม่ทำให้ลูกได้รับสารพิษจากขวดเข้าสู่ร่างกายง่าย ๆ นั่นเอง

เข้าชมเว็บไซต์ได้ที่
เว็บไซต์ : https://www.homepro.co.th/c/MOM0205

8


เมื่อเอ่ยถึงผ้าอ้อมแล้วนอกเหนือไปจากของเด็กก็ยังมีของผู้ใหญ่ด้วย กระนั้นการใช้งานจะเหมาะสม จะเป็นประโยชน์กับใครบ้าง เชื่ออย่างยิ่งว่าเรื่องนี้มีหลาย ๆ คนอยากรู้อยากใส่ใจ และเราไม่รอช้าที่จะพาไปศึกษาอย่างละเอียด เพื่อการใช้งานที่เหมาะสมตอบโจทย์ และได้ผลลัพธ์อย่างมีประสิทธิภาพ
ผ้าอ้อมสำหรับผู้ใหญ่คืออะไร มีกี่ประเภท
อยากให้ทุก ๆ ท่านได้ทำความเข้าใจด้วยว่านอกจากผ้าอ้อมเด็กจริง ๆ ของผู้ใหญ่ก็ยังมีด้วยเช่นกัน ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ดีไซน์มาในรูปแบบสำเร็จรูปที่มีไว้เพื่อป้องกันการรั่วซึมด้านการขับถ่ายที่ไม่สามารถควบคุมได้ โดยวัสดุที่ใช้มีทั้งวัสดุใยสังเคราะห์ที่พื้นผิวนุ่มสบาย พลาสติก ที่จะไม่ทำให้เกิดอาการระคายเคือง โดยแบ่งออกมาได้ 2 ประเภทหลัก ๆ คือ
- แบบเทปกาว : ที่มีลักษณะของแผ่นใช้ซึมซับที่ด้านหลังจากเทปกาวที่ให้แปะเข้ากับกางเกงชั้นในปกติของผู้ที่สวมใส่
- แบบกางเกง : ที่จะเป็นรูปแบบสำเร็จรูป ดีไซน์มามีลักษณะเหมือนกางเกงชั้นในทั่วไป  ใช้งานไม่ยาก ใส่ง่าย ไม่ยุ่งยากสำหรับผู้ดูแล

แน่นอนว่าการใช้งานตัวช่วยสำหรับผู้ใหญ่นี้มีจุดเด่นที่น่าสนใจ คือเพื่อให้การดำเนินชีวิตของหลายคนสะดวกสบาย ป้องกันการรั่วไหลของทั้งปัสสาวะ และอุจจาระ ทำให้มีความแน่ใจเยอะขึ้นรู้สึกสะดวกสบายในขณะที่ขับถ่าย ไม่ให้เกิดความกังวลได้ ไม่ต้องลุกไปเข้าห้องน้ำบ่อย โดยเฉพาะผู้ที่ขยับไม่ได้ หรือผู้ป่วยติดเตียง ทั้งยังหมดห่วงเรื่องกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์จากปัญหาการขับถ่ายเล็ดราด

ไอเทมเพื่อช่วยในการขับถ่ายนี้ มีประโยชน์สำหรับใครบ้าง?
ประโยชน์ในการใช้งานแพมเพิสสำหรับผู้ใหญ่นั้นมีมากมาย แต่ใครบ้างที่เหมาะสมจะใช้งานเพื่อให้ตอบโจทย์ต่อผู้ใช้งานสูงสุด เรามีมาแนะนำ ไม่ว่าจะเป็น
- เหมาะกับผู้ป่วยที่ติดเตียง หรือผู้ที่เคลื่อนไหวร่างกายจากเตียงได้ลำบาก
- ผู้ป่วยที่มีอาการท้องร่วง ท้องเสีย หรือผู้ที่เจ็บป่วยต้องลุกเข้าห้องน้ำบ่อย ๆ หรือขับถ่ายมากจนทำให้เพลียไม่สามารถที่จะเคลื่อนไหวได้สะดวก ๆ
- ผู้ที่กระเพาะปัสสาวะทำงานไม่ได้ประสิทธิภาพ โดยที่ไม่สามารถกลั้นปัสสาวะเองได้
- ผู้หญิงที่มีปัญหาโรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ แล้วไม่สามารถเข้าห้องน้ำสาธารณะ หรือสถานที่ที่สุขอนามัยไม่เหมาะสม ไม่สะอาดได้ หากกลั้นไว้นานก็จะทำให้โรคกำเริบได้ไปอีก มีไว้ก็จะช่วยให้การขับถ่ายสะดวกมากกว่าเดิม
- ผู้ที่กลั้นปัสสาวะไม่ได้อย่างรุนแรง โดยที่ถือเป็นภาวะที่ปัสสาวะผู้ป่วยมีโอกาสเล็ดราดออกมาได้ง่ายขณะที่หัวเราะ ไอ หรือยกของ หรือมีการทำกิจกรรมที่มีแรงดันกลั้นเอาไว้ไม่ได้

การใช้งานผ้าอ้อมสำหรับผู้ใหญ่นั้นต้องรู้จักดูแลด้านของความสะอาดด้วย โดยเฉพาะการใช้งานที่หากยาวนานเกินไปก็อาจจะเกิดปัญหาระคายเคืองผิวหนังตามมาได้ อย่างผื่นคัน หรืออับชื้น จึงควรต้องหมั่นเปลี่ยนอยู่บ่อยครั้งด้วยเช่นกัน

ดูสินค้าเพิ่มเติมได้ที่
เว็บไซต์ : https://www.homepro.co.th/c/MOM0201

9


สำหรับเครื่องมือที่มาช่วยให้แม่ ๆ ที่มีเจ้าตัวน้อยวัยกำลังกินนมแม่สะดวกเพิ่มมากขึ้น ก็คงไม่พ้นเครื่องปั๊มนม ทว่าบางคนอาจจะแม่มือใหม่ยังไม่รู้จักการใช้งานที่ถูกต้อง เราไม่รอช้าที่จะมาแนะนำรายละเอียดต่าง ๆ อย่างเจาะลึก เพื่อผลลัพธ์ที่ทำให้การใช้งานมีประสิทธิภาพ
วิธีการใช้งานเครื่องปั๊มนมอย่างถูกต้อง เพื่อผลลัพธ์ตอบโจทย์
สำหรับแม่ ๆ ท่านไหนที่ได้ซื้อที่ปั๊มนม จะแบบทั่วไปหรือไร้สายก็ตาม เรื่องที่ไม่อาจมองข้ามก็คือเรื่องของการเลือกซื้อที่เหมาะสม ซึ่งเราก็รวบรวมมาให้เรียนรู้กันอย่างเจาะลึก
1. เลือกขนาดกรวยให้เหมาะ
ขนาดกรวยควรมีความเหมาะสมกับขนาดของหัวนม เพราะว่าหากใหญ่เกินไปหรือเล็กเกินไปก็จะทำให้เกิดเป็นแผลถลอกจากการเสียดสีที่หัวนมขณะที่กำลังปั๊มได้นั่นเอง
2. ล้างและนึ่งกรวย ขวดนมทุกครั้งหลังใช้งาน
เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามคือการล้าง นึ่งขวดนมทุกครั้ง เนื่องมาจากการล้างวันละ 1 ครั้ง ใส่ตู้เย็นไว้หลังใช้งานก็ยังมีความปลอดภัยไม่เพียงพอ โดยมีตัวช่วยต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ซื้อกรวยปั๊มเผื่อไว้หลายคู่เพื่อที่จะล้างขวดนมได้หลาย ๆ ใบ เตรียมไว้ใช้งานทีเดียว 3 คู่ กลับถึงบ้านก็ล้างไว้นึ่งเตรียมใช้รอบดึกได้ ตอนเช้าก็ล้างและนึ่งเพื่อเตรียมไว้ใช้งานต่อ หรือปัจจุบันมีถุงพิเศษที่ใส่อุปกรณ์เข้าไมโครเวฟได้ เป็นการฆ่าเชื้อแทนการนึ่งเติมน้ำในถุงแล้วใส่อุปกรณ์ที่ล้างแล้วใส่ถุง เอาเข้าไมโครเวฟ 3 นาที ใช้ได้ด้วย หรือจะเป็นสเปรย์ ผ้าเปียกน้ำยาทำความสะอาดขวดนม และจุกนมรูปแบบพกพา สารออร์แกนิคที่เข้าปากลูกได้ ทำความสะอาดได้ทุกครั้งแทนการล้างและนึ่งเมื่อต้องออกไปนอกบ้าน

ในการเลือกซื้อเลือกหาเครื่องปั๊มนมไร้สาย หรืออื่น ๆ โดยที่ท่านใดจะใช้งานก็ต้องทราบถึงความจำเป็นด้วย อย่างคุณแม่วางแผนจะใช้บ่อยมาแค่ไหน ถ้าต้องกลับไปทำงานเต็มตัวก็ควรเลือกแบบไร้สายไฟฟ้า ที่ใช้งานง่าย อีกความจำเป็นคือคุณแม่มีเวลามากน้อยแค่ไหน โดยปกติจะใช้งาน 10 – 15 นาที หากใช้ในที่ทำงานที่ไม่ควรใช้เวลานาน แม่ต้องเลือกแบบไฟฟ้าที่ยิ่งปั๊ม 2 ข้างพร้อมกันก็ช่วยประหยัดไปได้ ช่วยกระตุ้นการผลิตน้ำนมเพิ่มขึ้น อยากให้ปรับระดับความแรงมากน้อยแค่ไหน ซึ่งระดับการปั๊มจะแตกต่างกัน ควรดูหลาย ๆ ระดับไว้ การประกอบง่ายหรือไม่ที่ส่วนประกอบอาจจะมีถอดแยกได้ เพื่อทำความสะอาด ควรเลือกที่น้ำหนักเบา ไม่เป็นภาระเกินไป

เมื่อรู้แบบนี้ก็หวังว่าแม่ ๆ มือใหม่ทุกท่านจะสามารถใช้งานเครื่องปั๊มนมได้อย่างมีประสิทธิภาพ และทำให้เจ้าตัวน้อยได้มีน้ำนมใช้ดื่มกินอย่างอิ่มเอม ซึ่งในปัจจุบันมีหลายแบรนด์มาก การใช้งานก็ไม่ใช่เรื่องยากด้วย ยืดอายุการใช้งานได้เต็ม 10 ไม่หัก!

ชมสินค้าเพิ่มเติมได้ที่
เว็บไซต์ : https://www.homepro.co.th/c/MOM0701

10


อย่ารอช้าที่จะเริ่มใช้งานไปกับคาร์ซีทสำหรับลูกที่มีหลากหลายยี่ห้อ หลายแบบ โดยที่ท่านสามารถเลือกซื้อได้เลยตามต้องการ กระนั้นบางท่านอาจจะเป็นมือใหม่ ไม่เคยทราบมาก่อนว่าเจ้าสิ่งนี้มีรูปแบบไหนบ้าง แล้วจะเลือกซื้อยังไงให้เกิดความปลอดภัยมากที่สุด เราไม่รอช้าขออาสาพาไปศึกษาอย่างเจาะลึก ตามมาทางนี้เลย..
คาร์ซีทมีกี่รูปแบบ ลักษณะเป็นอย่างไรบ้าง?
1. รูปแบบ Infant car
เป็นคาร์ซีทแรกเกิดที่จะดีไซน์มาเพื่อให้ทารกได้ใช้ จนมีน้ำหนักที่ 10 กิโลกรัม หรือมีความสูง 85 เซนติเมตร หรือถ้าเทียบเท่าอายุก็จะประมาณ 1 ปีเท่านั้น โดยที่จะต้องวางให้หันไปทางด้านหลัง หรือ Rear facing เท่านั้น โดยรูปแบบนี้มักจะมีฐานให้ยึดที่เบาะรถยนต์ได้เลย บางรุ่นถอดออกได้ และหิ้วตัวอุปกรณ์ออกมาจากฐานได้ด้วยเช่นกัน
2. รูปแบบ Booster Seat
ที่จะเป็นแบบเพิ่มความสูงให้กับเด็กเวลานั่ง โดยที่จะให้สายเข็มขัด Safety พาดผ่านสะโพกแทนท้อง และพาดที่หัวไหล่เด็กแทนคอ โดยที่จะสามารถใช้น้ำหนักได้ตั้งแต่ 18 - 36 กิโลกรัม โดยที่มีความสูง 100 - 150 เซนติเมตร หรือถ้าเทียบเท่าอายุก็จะประมาณ 4 - 12 ปี ที่อาจจะมีทั้งเบาะหลัง หรือมาแค่ที่นั่งได้หมด
3. รูปแบบ Convertible car seats
จะเป็นรูปแบบการใช้งานที่สามารถใช้ได้ตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 18 กก. สามารถใช้ได้ตั้งแต่การวางหันออก forward-facing หรือหันหลัง ที่ใช้ได้ตั้งแต่เด็กเล็ก ๆ ไปจนถึงเด็กที่มีอายุประมาณ 9 ขวบได้เลย มีขนาดที่นั่งค่อนข้างใหญ่ มีฐานยึดติดถอดออกได้เหมือนชนิดแรก
แนวทางการเลือกให้ปลอดภัยสำหรับลูกน้อยระหว่างเดินทาง
จะอย่างไรก็ตาม ในการใช้งานไม่ว่าจะคาร์ซีท ยี่ห้อไหนดี ควรคิดถึงความปลอดภัยเสมอ แนะนำว่าให้ดูจุดยึดทั้ง 5 ตำแหน่งด้วย คือ ยึดไหล่ 2 สะโพก 2 รวมทั้งระหว่างขา โดยต้องเลือกใช้งานสามารถติดตั้งได้ 2 แบบ คือ Rear - Facing คือหันไปด้านหลังเหมาะกับเด็ก 2 ขวบ และ Forward - Facing ที่จะหันออกด้านหน้าแบบผู้ใหญ่   ซึ่งแบบ Rear - Facing จะใช้ได้นานในกรณีที่มีลูกเล็ก ๆ เหมาะมากกับการซื้อแบบนี้เนื่องด้วยยังดูแลตัวเองไม่ได้ ทั้งต้องมีการป้องกันที่ด้านข้าง เพื่อลดแรงกระแทกจากอุบัติเหตุ ต้องเลือกให้เหมาะกับขนาดของเด็กด้วย รวมทั้งยังต้องคิดถึงการใช้งานที่ผ่านรับรองความปลอดภัย และต้องเลือกใช้ให้เหมาะสมกับขนาดของรถที่ใช้งาน เพื่อการยึดติดตัวรถที่มั่นคง

ในการใช้งานคาร์ซีทปัจจุบันควรต้องให้ความสำคัญอย่างที่สุด เนื่องจากมีส่วนช่วยลดการสูญเสียที่มีต่อลูกน้อย เนื่องด้วยอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้เสมอ ซึ่งก็มีหลากหลายยี่ห้อ หลากหลายรุ่นมาก ก็อยากให้พิจารณาเลือกที่เหมาะทั้งคุณภาพ และเงินในกระเป๋า

สั่งซื้อสินค้าได้ที่
Official Website : https://www.homepro.co.th/c/MOM0101

11


หากท่านเป็นคนหนึ่งที่ต้องการรู้เกี่ยวกับแนวทางในการใช้งานรถเข็นเด็ก เพื่อสร้างความปลอดภัยกับเจ้าตัวน้อยมากที่สุด เราไม่รอช้าที่จะพาไปศึกษาเกี่ยวกับเรื่องที่ต้องรู้อย่างละเอียด เพื่อให้เกิดความเข้าใจมากขึ้น และทำให้การใช้งานตอบโจทย์สุด แต่จะเป็นอย่างไรไปติดตามกันได้
แนวทางการใช้งานรถเข็นเด็ก เพื่อการใช้งานปลอดภัย
มีผลการสำรวจจากศูนย์วิจัยเพื่อสร้างความปลอดภัย พร้อมป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก จากโรงพยาบาลรามาธิบดี ซึ่งพบเรื่องที่น่าตกใจว่าในการเลือกใช้รถเข็นสำหรับเด็กของพ่อแม่ ผู้ปกครองมีโอกาสที่จะใช้รถที่ไม่ได้มาตรฐาน สร้างความเสี่ยงให้กับเด็กได้มากถึง 73% และมีเด็กที่เคยได้รับการบาดเจ็บเพราะรถเข็นอีก 8% เลยทีเดียว ซึ่งโดยมากเกิดจากการพลิกคว่ำ หรือตกจากรถ คิดเป็น 54.5% เลยด้วย นั่นจึงเป็นสิ่งที่ควรรู้ถึงการใช้งานที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นยี่ห้อไหน แบรนด์ใดก็ตาม
  - เมื่อให้เด็กนั่งหรือนอนภายในรถเข็น ต้องมีการยึดเหนี่ยวด้วยเข็มขัด 5 จุด เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กปีนเล่น หรือเลื่อนไหลไปขณะที่นอนหลับ
- วัสดุหรือโครงสร้างที่ใช้ทำต้องมีความแข็งแรง ปลอดภัย ได้มาตรฐาน มีน้ำหนักที่เบา หรือจะเป็นรถเข็นเด็กพับได้ก็ย่อมได้ ข้อต่อต้องไม่หัก หรือชำรุดก่อนใช้งานต้องตรวจสอบให้ดี ให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานเสมอ ทั้งเข็มขัด ส่วนล้อ ด้ามจับรถเข็น ที่ต้องซ่อมแซมก่อนใช้งาน
- ห้ามให้เด็กนั่งอยู่ภายในรถเข็นนานเกิน 6 ชม.
- ถุงวางของต้องอยู่ตำแหน่งด้านหลังล่าง ที่สูงเกินถึงแกนเข็น และต้องอยู่ล้อหลัง หรือพอดีกับล้อ ไม่ให้เกิดการเสียสมดุลและเกิดพลิกคว่ำได้
- ห้ามเข็นลงบันไดเลื่อนขณะที่มีเด็กนั่งอยู่เพราะว่าโอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุมีสูง แนะนำว่าให้ใช้ลิฟต์โดยสารขึ้น/ลงแทนจะดีกว่า หรือไม่ก็อุ้มเด็กไว้แล้วใช้เฉพาะรถเข็นกับบันไดเลื่อน ไม่ทำให้เกิดอุบัติเหตุรุนแรง
- ควรมีผู้ใหญ่คอยดูแลเด็ก ๆ ในรถเข็นอยู่ตลอด ไม่ปล่อยให้เด็กหลับคารถคนเดียว หรือปล่อยให้เด็กเล่นรถเข็น
- ขณะที่มีการใช้งานรถเข็น สิ่งสำคัญคือไม่ควรเล่นโทรศัพท์มือถือ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม เพราะว่าต่อให้เข็นดี แต่ตามองจอโทรศัพท์มือถือก็มีโอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุได้เช่นกัน แม้เพียงเสี้ยวนาที

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ารถเข็นเด็กเป็นอีกสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับพ่อแม่ ผู้ปกครองในการที่จะพาลูก ๆ ออกเดินทางท่องเที่ยว หรือไปห้างสรรพสินค้า ไปทำกิจกรรมนอกบ้าน กระนั้นก็ต้องไม่ลืมที่จะเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ด้านการใช้งานเหล่านี้ด้วย หวังว่าหลังจากนี้ทุก ๆ คนจะเข้าใจมากยิ่งขึ้น และลงมือใช้งานรถเข็นเด็กได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตอบโจทย์

ชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
เว็บไซต์ : https://www.homepro.co.th/c/MOM0104

12


เก้าอี้กินข้าวเด็กนั้นมีหลายแบบ และหนึ่งในนั้นก็คือรูปแบบ High Chair ที่จะมีลักษณะเป็นน่าสนใจมาก กระนั้นบางท่านอาจจะยังไม่แน่ใจ อยากทราบถึงเหตุผลที่ควรใช้งานเก้าอี้รูปแบบนี้ เราไม่รอช้าที่จะพาไปศึกษารายละเอียดที่น่าสนใจ เพื่อการตัดสินใจซื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ
4 เหตุผลที่ควรใช้งานเก้าอี้ทานอาหารเด็ก แบบ High Chair
1. ช่วยฝึกด้านวินัยให้ลูกเรื่องการรับประทาน ช่วยตัวเองได้
สิ่งแรกก็คือเรื่องของการฝึกวินัย ที่จะทำให้ลูกได้นั่งกินอยู่กับที่ ไม่เดินเล่น และยังกินอาหารอย่างเรียบร้อย เรียนรู้เวลาทานด้วยตัวเองในแบบที่สนุกสนาน เป็นอิสระ เมื่อได้นั่งกินดี ๆ ก็จะมีความสุขไปกับการกิน ไม่งอแงไปอีก
2. ช่วยฝึกให้กินแบบ BLW
เก้าอี้เด็กทำให้ลูกน้อยได้ลองฝึกหัดหยิบกินเอง โดยที่ไม่ต้องปั่น หรือบดอาหาร และไม่มีใครมาป้อนลูกด้วย ทำให้เกิดความสนุกสนาน และหากจะให้เกิดความปลอดภัยก็ต้องใช้วิธีนี้ เพื่อให้หยิบจับได้ดี รับประทานอาหารตรงหน้าด้วยตัวเองจนสำเร็จหมดเกลี้ยง เป็นการฝึกที่จะช่วยแก้ปัญหาการรับประทานได้ในอนาคตแบบที่ไม่ต้องมีพี่เลี้ยง หรือคนช่วยเหลือ
3. ช่วยเสริมสร้างความสะดวกสบาย
ต่อมาก็คือเรื่องของการนั่งรับประทานอาหารที่จะช่วยให้ลูกได้ทานอย่างสะดวกสบายมากที่สุด เนื่องมาจากโดยมากก็จะมีเก้าอี้ที่มีพนักพิงหลัง มีการวางที่ขาได้ มีถาดอาหารให้ เพื่ออำนวยความสะดวกในการรับประทานอาหารมื้อสำคัญตลอดวันได้อย่างดี ไม่ทำให้เกิดปัญหาติดขัดระหว่างกิน
4. เพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อลูกน้อย
ด้านความปลอดภัยก็เป็นอีกสิ่งที่สำคัญอย่างมากในการใช้อาหารกับเจ้าตัวน้อย เนื่องมาจากเก้าอี้ทานข้าวเด็กจะมีพื้นที่ในการทานอาหารของเด็ก ๆ และยังออกแบบให้เก้าอี้มีความแข็งแรง มั่นคง มีเข็มขัดนิรภัยช่วยล็อคต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี ในการรับประทานอาหารของเจ้าตัวน้อยก็จะไม่ต้องกังวลเรื่องพลัดตกได้นั่นเอง
5. ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการของเจ้าตัวน้อย
สุดท้ายก็คือเรื่องของพัฒนาการที่เจ้าตัวน้อยจะได้รับในการใช้งานเก้าอี้ที่ว่า ไม่ทำให้ลูกเหนื่อย ลูกน้อยสามารถนั่งทานได้ดี พ่อแม่ ผู้ปกครองก็ไม่ต้องเดินตามป้อนข้าวลูกอีก ทำให้เกิดความผ่อนคลาย สะดวกสบายขั้นสุด

ในการใช้งานเก้าอี้ทานอาหารเด็ก ชนิด High Chair นั้น นอกเหนือไปจากช่วยเรื่องของลูกน้อยจริง ๆ ก็ยังช่วยผู้ปกครองได้ดี ทั้งด้านการรับประทานอาหารที่เราก็มีเวลารับประทานของตัวเองด้วย ไม่เหนื่อยตามป้อนข้าวเด็ก ๆ แถมยังนั่งอยู่ในสายตามองเห็นกันได้ ทำให้สบาย และผ่อนคลายอารมณ์มากขึ้น ลดอาการหงุดหงิด วีนแตกไปได้ไม่มาก ๆ ยังไงก็ลองเลือกซื้อเลือกหามาใช้งานกันดูได้

ดูสินค้าเพิ่มเติมได้ที่
Official Website : https://www.homepro.co.th/c/MOM0507

13


เครื่องนึ่งขวดนม” ปัจจุบันเป็นสิ่งที่หลายคนเลือกใช้งาน เพื่อใช้ทำความสะอาด ฆ่าเชื้อโรค กระนั้นก็มีสิ่งที่อยากแนะนำให้คุณแม่ ได้รู้กันไว้ด้วย เพื่อเป็นแนวทางในการดูแล พร้อมใช้งานได้อย่างเหมาะสม ตอบสนองความต้องการอย่างที่สุด แต่จะเป็นเรื่องไหนที่คุณแม่ ไม่ควรเพิกเฉยบ้าง เรามีรายละเอียดที่น่าสนใจมาให้ศึกษา
แนะนำสิ่งที่แม่ ๆ ไม่ควรละเลยเมื่อคิดจะใช้งาน “เครื่องนึ่งขวดนม”
1. วางขวดที่ผ่านการล้างแล้วเท่านั้น
ในการใช้งานต้องวางขวดที่ล้างทำความสะอาดมาแล้วเท่านั้น แนะนำให้แม่ ๆ หรือคุณพ่อ หรือผู้ปกครองล้างขวดนมด้วยผลิตภัณฑ์ล้างทำความสะอาดมาก่อน แล้วให้ล้างสะอาดอย่างหมดจดก่อนแล้วจึงใส่ในเครื่องนึ่งได้ แนะนำว่าไม่ควรวางขวดนมที่ยังไม่ได้ล้าง หรือขวดที่มีคราบสิ่งสกปรกในเครื่องเด็ดขาด เนื่องจากที่นึ่งขวดนมมีวัตถุประสงค์ในการใช้งานเพื่อฆ่าเชื้อโรค ฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่ขวด ที่ผ่านการทำความสะอาดมาก่อนแล้วนั่นเอง
2. กำจัดคราบตะกรันเดือนละ 1 ครั้ง
อีกสิ่งที่อยากแนะนำคุณแม่ ก็คือการกำจัดคราบตะกรัน ที่ควรต้องทำอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง เพื่อเป็นการลดคราบตะกรันของเครื่องนึ่งที่จะป้องกันการก่อตัวของเกล็ด หรือคราบตะกรันที่มีการสะสมฝังแน่นลึกจนไม่สามารถ หรือทำความสะอาดได้ยาก เพื่อความสะอาดของเครื่องที่จะไม่ก่อให้เกิดเชื้อโรคสิ่งสกปรกติดไปกับขวดต่อลูกน้อย
3. กลไกทำงานของเครื่องมี 2 รูปแบบ
เครื่องอบขวดนมจะมีกลไกในการทำงานอยู่ 2 รูปแบบด้วยกัน ซึ่งเป็นระบบฆ่าเชื้อที่เลือกได้ คือ ระบบฆ่าเชื้อด้วยแสง UV ที่ระบบนี้จะอบแห้ง และฆ่าเชื้อไปพร้อม ๆ กัน ซึ่งจะมีหลอดไฟ UV เพื่อเลียนแบบแสงจากธรรมชาติที่มีประสิทธิภาพสูง ลดกลิ่นอับได้ดีที่ใช้เวลารวดเร็ว ประหยัดเวลาอบ หรืออีกประเภทคือระบบ Sterilize ที่เป็นระบบอบทั่วไป ทำงานผ่านระบบการอบแห้งที่เหมือน ION ที่ระบบจะมีฟังก์ชันปล่อยประจุ เพื่อดักจับสิ่งสกปรก และเชื้อโรคที่ลอยในอากาศที่ทำให้ผิวขวดนมสะอาดมากยิ่งขึ้น
4. เลือกขนาดที่นึ่งให้เหมาะสม
สุดท้ายก็คือการเลือกขนาดของที่นึ่ง ที่ควรมีพื้นที่เหมาะกับขวด กับจำนวนขวด เพราะที่นึ่งที่มีพื้นที่จะวางขวดนมได้ไม่ต้องเบียด ไม่แออัดมาก ประสิทธิภาพในการทำความสะอาดยอดเยี่ยม ช่วยกำจัดไวรัส แบคทีเรีย หรือฆ่าเชื้อโรคต่าง ๆ ได้ดี ด้วยเหตุว่าพื้นที่เหลือจะทำให้ไอความร้อนกระจายตัว ทำความสะอาดทั่วถึงนั่นเอง

เมื่อทราบแบบนี้แล้วก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุก ๆ คนจะสามารถใช้งานเครื่องนึ่งขวดนมได้อย่างเหมาะสม ตอบโจทย์ประสิทธิภาพการทำงานอย่างที่สุด เพื่อการล้างที่ได้ผลลัพธ์ความสะอาดสูง

แวะชมสินค้าเพิ่มเติมได้ที่
เว็บไซต์ : https://www.homepro.co.th/c/MOM0207

14


สำหรับการใช้งานคอกกั้นเด็กนั้นปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามีหลาย ๆ คนที่นิยมเลือกใช้งานกัน แต่กระนั้นก็มีสิ่งที่ต้องรู้อย่างข้อควรระวังในด้านการใช้งานมาเล่าสู่กันฟัง เพื่อความปลอดภัยต่อเจ้าตัวน้อย และเราก็จะได้วางใจในการใช้งานมากขึ้นด้วย แล้วจะมีข้อมูลอย่างไรบ้าง เราไปติดตามรายละเอียดพร้อม ๆ กันดีกว่า
จะใช้งานคอกกั้นเด็ก ต้องทราบถึงข้อควรระวังเหล่านี้
แม้ว่าการใช้งานคอกเด็กจะมีประโยชน์มากมายโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของความปลอดภัย แต่กระนั้นก็มีในเรื่องของข้อควรระวังที่ต้องรู้เอาไว้ด้วย เพื่อให้การใช้งานมีประสิทธิภาพมากขึ้น
1. ระวังเรื่องขนาดของคอก
เรื่องแรกที่ให้รู้ถึงข้อควรระวังในการใช้งานก็คือขนาดของคอกที่มี ต้องวัดให้พอดีกับพื้นที่ที่เราจะวางด้วย ไม่ใช่ว่าพื้นที่บ้านมีขนาดเล็กแต่เลือกผิดไปซื้อคอกที่มีขนาดใหญ่ ก็อาจจะไม่เหมาะสม วางใช้งานไม่ได้ หรือมีปัญหาเรื่องคับแคบตามมาในอนาคต
2. ต้องรู้จักนิสัยของลูกน้อยด้วย
เนื่องจากเด็กแต่ละคนนั้นมีลักษณะนิสัยที่แตกต่างกันออกไป เด็กบางคนก็สามารถอยู่ในพื้นที่จำกัดได้ แต่เด็กบางคนก็ไม่ชอบการจำกัดพื้นที่ และอาจจะทำให้เกิดปัญหาอึดอัด ร้องไห้งอแงขณะที่ต้องอยู่ภายในคอก แม้จะเป็นคอกกั้นทารกก็ตาม ก็จะทำให้เราไม่สามารถเอาลูกไว้ได้ก็จะกลายเป็นเสียเงินโดยใช่เหตุ
3. อยู่ในคอกมากเกินไปอาจจำกัดการเรียนรู้
ด้วยความที่เราให้เจ้าตัวน้อยอยู่แต่ในคอก ซึ่งการอยู่เป็นเวลานาน อยู่มาก ๆ ไม่ได้ออกเดิน คลาน หรือทำกิจกรรมอื่น ไม่ได้สำรวจสิ่งแวดล้อม ก็จะกลายเป็นการจำกัดการเรียนรู้ที่มีภายนอกของเด็ก ๆ ได้นั่นเอง
4. อาจส่งผลต่อสภาพจิตใจเด็กได้
เป็นอีกข้อควรระวังที่คุณพ่อคุณแม่ ผู้ปกครองต้องรู้และเข้าใจไว้ ก็คือการใช้งานคอกอาจจะส่งผลกระทบต่อจิตใจเจ้าตัวน้อยได้ ยิ่งบ้านไหนที่ต้องทำอะไรห่าง ๆ ลูกที่อยู่ในคอก ลูกไม่ค่อยมองเห็นเรา เพราะว่าอาจจะทำให้เด็กรู้สึกโดดเดี่ยว เศร้าหมอง เนื่องด้วยมีการจำกัดพื้นที่สภาพแวดล้อมภายนอก
5. วางของภายในคอกตามความเหมาะสมช่วงวัย
สุดท้ายหากเด็กเริ่มที่จะพลิกตัวเองได้แล้ว ไม่แนะนำให้ใช้คอกที่มีฟูก ตุ๊กตา หรือหมอนอยู่ภายใน เพราะว่ามีโอกาสที่เด็กจะพลิกตัวแล้วไปกดทับสิ่งเหล่านี้ทำให้หายใจไม่ออกและอาจรุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิตได้

เมื่อทราบแบบนี้แล้วก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกท่านจะสามารถเลือกสิ่งที่ดีที่สุดอย่างคอกกั้นเด็กให้กับลูกน้อยอย่างเต็มประสิทธิภาพ และไม่เป็นปัญหาทั้งด้านร่างกาย สภาพจิตใจในอนาคตได้ เราเองก็มีความสุขเมื่อเห็นลูกน้อยมีความสุข จริงไหมล่ะ..?

ลูกค้าสามารถดูรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติมได้ที่
Website : https://www.homepro.co.th/c/MOM0102

15


อาหารแมวเปียก” เป็นอีกสิ่งที่เชื่อเหลือเกินว่าคนเลี้ยงแมวหลาย ๆ คนต้องให้เจ้าเหมียวได้เลียได้กินกัน ทว่าบางท่านอาจจะเกิดความลังเลใจ ว่าจะหาซื้อเพิ่มเติมให้ดีไหม เราไม่รอช้าที่จะมาพูดถึงประโยชน์ของเจ้าสิ่งนี้ ที่ท่านอาจจะไม่เคยรู้มาก่อน ว่าแต่จะมีเรื่องอะไรบ้างเราไปติดตามรายละเอียดพร้อม ๆ กันเลยดีกว่า
ประโยชน์ของอาหารแมวเปียก ที่คนเลี้ยงแมวอาจไม่เคยรู้
สำหรับอาหารเปียกแมวนั้นจะมีบรรจุอยู่ในถุง กระป๋อง หรือถ้วย ที่มีความชื้นสูงกว่าอาหารของแมวชนิดแห้ง โดยที่มักจะมีน้ำมาเป็นหนึ่งในส่วนประกอบที่มีอยู่สูง 70 – 80% จะมีเป็นเนื้อชิ้นเล็ก ๆ ผสมอยู่ด้วย ซึ่งจะผสมกับเนื้อบดผสมไขมัน หรือปาเต ไม่ก็ซอสเกรวี่ (หรืออาจจะผสมกันทั้ง 2 อย่าง) โดยมีส่วนประกอบที่สำคัญคือ โปรตีนคุณภาพสูง คาร์โบไฮเดรต วิตามินและแร่ธาตุ ไขมัน น้ำ วิตามิน แร่ธาตุ ซึ่งมีประโยชน์หลากหลาย ที่คนรักแมวอาจไม่เคยทราบมาก่อน
- อาหารแมวแบบเปียกนั้นจะมีส่วนช่วยให้ได้รับน้ำในปริมาณที่พอเหมาะ ซึ่งทำให้ได้รับน้ำเพียงพอในแต่ละวัน โดยที่มีประโยชน์อย่างยิ่ง โดยเฉพาะน้องแมวที่ไม่ชอบดื่มน้ำ และเจ้าเหมียวที่อยู่ในสภาพแวดล้อมร้อน หรือแห้งแล้ง
- ช่วยดึงดูดเจ้าเหมียวที่เลือกกิน โดยแบบอาหารเปียกของแมวก็จะมีรสชาติ รวมทั้งกลิ่นที่ค่อนข้างหอมมากกว่าอาหารชนิดแห้ง น้องแมวใครที่เลือกทานแนะนำเลยนี่เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ
- เจือจางปัสสาวะของแมว ที่การให้อาหารรูปแบบเปียกจะเสมือนให้น้องแมวได้ดื่มน้ำเพิ่มขึ้น ซึ่งก็จะทำให้ป้องกันโรคระบบทางเดินปัสสาวะได้ดี
- ทานได้ง่ายสุด ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแมวสูงอายุ หรือที่มีปัญหาเรื่องฟัน เหตุเพราะจะมีความนุ่มนิ่มมากกว่าอาหารแมวแบบเม็ด ทำให้การรับประทานไม่เป็นปัญหา
- การควบคุมน้ำหนักของน้องแมวที่ปกติอาหารควบคุมน้ำหนักสำหรับเจ้าเหมียวจะมีแคลอรีต่อหน่วยที่น้อยกว่าอาหารแห้ง ทั้งนี้เพราะมีปริมาณน้ำสูงสุด ดังนั้น เจ้าเหมียวใครที่มีน้ำหนักเกินเกณฑ์ก็สามารถเลือกรับประทานรูปแบบเปียกได้ การันตีว่าช่วยให้แมวมีน้ำหนักที่เหมาะสม ไม่เป็นปัญหาสุขภาพตามมา

จะอย่างไรก็ตาม มีเรื่องของข้อควรระวังในการให้สิ่งนี้กับน้องแมวเหมียวด้วย คือ ให้ท่านมองหาแบรนด์ที่มีโปรตีนสูงเข้าไว้ จะดีต่อสุขภาพน้อง ไม่ว่าจะ เนื้อวัว ไก่ ปลา ซึ่งต้องไม่มีสารปรุงแต่งที่เป็นอันตราย หลีกเลี่ยงพวกรส กลิ่น หรือใส่สารวัตถุกันเสีย แมวบางตัวก็อาจจะมีภาวะสุขภาพการกินอาหารแบบเฉพาะ ได้แก่ อาหารที่ต้องมีแมกนีเซียมต่ำเพื่อสุขภาพทางเดินปัสสาวะ ไขมันต่ำเพื่อควบคุมน้ำหนัก แนะนำว่าต้องปรึกษาสัตวแพทย์ก่อนที่จะให้อาหารเหล่านี้เสมอ ทั้งนี้ เรื่องของช่วงวัยกับการให้ก็สำคัญ เนื่องมาจากลูกแมว แมวโตเต็มวัย หรือแมวสูงวัยมีความต้องการทางโภชนาการที่แตกต่าง ควรต้องเลือกให้เหมาะสมกับอายุนั่นเอง

สั่งซื้อสินค้าได้ที่
Website : https://www.homepro.co.th/c/PET0104

Pages: [1] 2 3 ... 151